Sub Banner Default Image
Sub Banner Default Image

การสรรหาบุคคลากรตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงทำงานได้ผลอย่างไร?

หากคุณกำลังมองหางานใหม่ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการการสรรหาบุคคลากร เพื่อให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดและเพิ่มโอกาสในการถูกจ้างงาน

ทำไมคุณถึงควรใส่ใจเรื่องนี้หรอ? แม้ว่าคุณจะติดต่อสมัครงานกับทางบริษัทด้วยตัวคุณเอง แต่ Recruiter หรือ บุคคลากรจัดหางานก็ยังเป็นอีกทางเลือกที่จะเสนอโอกาสใหม่ๆให้กับคุณโดยจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณจะเหมาะสมกับบริษัท (ลูกค้า) และ บริษัทจะเหมาะสมกับคุณ เพราะเหล่า Recruiters จะเป็นเหมือนมืออาชีพหรือคู่มือในการจัดหางานให้กับคุณเลยทีเดียว และในฐานะของผู้สมัคร คุณจะเข้าใจกระบวนการการสรรหาผู้สมัครที่ใช่ รวมถึงคุณจะสามารถนำเสนอตัวเองได้ถูกต้องและเหมาะสมกับบริษัทที่ใช่ที่อาจสนใจที่จะจ้างคุณต่อไป

กระบวนการสรรหาผู้บริหารระดับสูง

จำแนกคนออกเป็น 3 กลุ่มที่เกี่ยวข้องในกระบวนการสรรหาผู้บริหารระดับสูงอันได้แก่ พนักงานจัดหาบุคคลากร (Recruiters) ลูกค้า (บริษัทที่จ้างงาน) และคุณ (ผู้สมัคร) มีขั้นตอนพื้นฐาน 7 ขั้นตอนเพื่อให้คุณได้รับการว่าจ้าง

1. ความต้องการของบริษัทลูกค้า (Client’s Need)

เมื่อบริษัทมีความต้องการจ้างงานพวกเขาจะใช้ทีมภายในบริษัทเพื่อค้นหาผู้สมัครหรือพวกเขาจะติดต่อบริษัทจัดหางานระดับผู้บริหารเช่น Smart Search เพื่อนำความเชี่ยวชาญเฉพาะและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องขนาดใหญ่เป็นตัวช่วย

ในขั้นตอนนี้ลูกค้าจะแจ้งคุณสมบัติของผู้สมัครที่พวกเขาสนใจและสรุปความออกมาเกี่ยวกับผู้สมัครในอุดมคติของพวกเขา รวมถึงภูมิหลังการทำงาน ประสบการณ์การทำงาน ความเข้ากันได้และบุคลิกที่เหมาะสมที่จะสามารถทำงานร่วมกับพวกเขาได้

และเช่นเดิมในฐานะของผู้สมัคร คุณจะไม่สามารถทราบข้อมูลมากเท่ากับบริษัทจัดหางานได้ดังเช่นในขั้นตอนนี้

2. การค้นหาผู้สมัคร (Finding Candidates)

เมื่อเราได้ทำความเข้าใจและทราบคุณสมติที่ชัดเจนตามความต้องการของแต่ละตำแหน่งงานแล้ว เราเริ่มต้นในการค้นหาผู้สมัครที่เหมาะสม ผ่านทางฐานข้อมูลส่วนบุคคล (Database) เพื่อค้นหาผู้สมัคร จากนั้นไปที่รายการผู้สมัครต่างๆและค้นหาโปรไฟล์บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทั้งหมดนี้เป็นแหล่งที่สำคัญสำหรับผู้สมัครที่จะใส่ตำแหน่งงานของตัวเองลงไป ไม่เช่นนั้นเราจะไม่สามารถหาคุณเจอในตำแหน่งงานนั้นและคุณจะไม่ได้รับการพิจารณา

ทำตัวเองให้เป็นที่สังเกตุได้ง่ายด้วยการส่งประวัติส่วนตัวของคุณไปยังบริษัทจัดหางานเอกชน นอกจากนั้นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้อัพเดทตำแหน่งงานของตัวเองอย่างถูกต้องบน Linkedin

หากคุณกำลังตั้งใจหางานอย่างจริงจังแต่ไม่ได้รับการติดต่อ คุณควรส่งประวัติของคุณไปยังฐานข้อมูลของเราที่นี่ เราจะตรวจสอบโปรไฟล์ของคุณและตรวจสอบว่ามีตำแหน่งงานใดที่เหมาะสมกับคุณหรือไม่

3. การคัดกรองผู้สมัคร (Screening)

หลังจากการค้นหาผู้สมัครเบื้องต้นเราสามารถเริ่มเทียบโปรไฟล์กับคุณสมบัติของผู้สมัครในแต่ละงานลงลึกในส่วนของรายละเอียดต่างๆ จากนั้นจะจำแนกกลุ่มผู้สมัครที่มีความเหมาะสมแล้วทำการคัดกรองซึ่งในขั้นตอนนี้เป็นเพียงการทำความรู้จักกับผู้สมัครให้ดีขึ้นและเข้าใจมากขึ้น พูดคุยว่ามีความสนใจมากน้อยแค่ไหน รวมถึงแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับรายละเอียดของตำแหน่งงานซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการสัมภาษณ์งานที่อาจจะได้รับด้วย

4. คัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสม (Shortlisting)

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการคัดกรองแล้วและรู้ว่าใครเหมาะสมและสนใจในงานนั้นๆ โดยการจะคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสูงสุดและเตรียมโปรไฟล์พร้อมที่จะส่งต่อไปยังลูกค้า ซึ่งจะถูกแก้ไขในฉบับที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับการนำเสนอ (Present) เพื่อเน้นจุดสำคัญและนำเสนอต่อบริษัทให้เกิดผลดีที่สุด

5. การสัมภาษณ์ (Interviews)

การสัมภาษณ์อาจเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่สิ่งที่ผู้สมัครมักจะลืมคือบริษัทจะทราบเรื่องของคุณมาบ้างแล้ว ตั้งแต่ประวัติการทำงานของคุณไปจนถึงข้อมูลที่จำเป็นที่เราได้นำเสนอไปหลังจากการตรวจคัดกรอง โดยพวกเขารู้ข้อมูลและภูมิหลังจากโปรไฟล์มาก่อนแล้ว

การสัมภาษณ์งานเป็นโอกาสของคุณที่จะพิสูจน์ว่าตัวคุณเก่งแค่ไหน ในขณะที่คุณเองนั้นต้องไม่ลืมว่าการสัมภาษณ์งานจะสัมฤทธิ์ผลกับทั้งตัวคุฯเองและทั้งบริษัทที่จ่าจ้างคุณ คุณกำลังสัมภาษณ์งานกับ “บริษัท” เพื่อมที่พวกเขาจะคัดเลือกว่าคุณเหมาะสมหรือไม่ และคุณต้องแน่ใจว่าพวกเขานั้นเหมาะสมกับคุณเช่นกัน

หลังจากการสัมภาษณ์ ลูกค้าจะให้คำติชมแก่ผู้สมัครแต่ละคนและถามความคิดเห็นจาก Recruiters หากลูกค้าถูกใจผู้สมัครหลายคน คุณอาจได้รับเชิญให้สัมภาษณ์ครั้งที่สองเพื่อให้พวกเขาสามารถตรวจสอบอีกครั้ง หากการสัมภาษณ์ของคุณผานไปได้ด้วยดีก็อาจได้รับการเสนองานทันที

6. เสนอตำแหน่งงาน

เมื่อลูกค้าตัดสินใจเลือกผู้สมัครที่ดีที่สุดพวกเขาจะได้รับการเสนองาน และคุณจะต้องตัดสินใจว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธมัน นี่คือเวลาที่คุณต้องใช้ทักษะของคุณในการเจรจาต่อรองและช่างน้ำหนักตามความเหมาะสมและรู้วิธีการทำข้อตกลงที่ดีที่สุดกับทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งตัวคุณและบริษัท (สามารถกลับไปที่บล็อกอื่นๆของเราที่เกี่ยวข้องกัน)

7. การติดตามผลหลังการจ้างงาน

เมื่อคุณประสบความสำเร็จในขั้นตอนการสัมภาษณ์และตอนนี้ได้เริ่มงานแล้ว แต่งานของเรายังไม่จบ ในฐานะที่ปรึกษาด้านการสรรหาบุคลากร มันเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้เข้าร่วมกับบริษัทและไปได้ดีที่โดยส่วนใหญ่แล้วจะดีกับตัวชองผู้สมัครเอง และในบางครั้งถึงแม้ว่าผู้สมัครจะไม่เหมาะสมหรือเป็นไปตามที่คาดหวัง ก็เป็นไปได้ที่ในท้ายทุ่ด อาจจะถูกบริษัทขอให้ออกหรือผู้สมัครอาจเลือกออกเอง ทาง Agency จะให้การสนับสนุนคุณในทั้งสองสถานการณ์และทำให้แน่ใจว่าทั้งคุณและบริษัทลูกค้ามีความสุขทั้ง 2 ฝ่าย

ในขณะที่กระบวนการรับสมัครอาจดูซับซ้อนและใช้เวลานานในตอนแรก แต่สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่าผู้สมัครเหมาะสมกับงาน

เนื่องจากวัฒนธรรมและโครงสร้างของแต่ละบริษัทที่มีความแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงเป็นความรับผิดชอบของทาง Recruiters ที่จะต้องทำให้แน่ใจว่าทั้งคุณและลูกค้ามีความสุขและคุ้มค่ากับการจ้างงาน

กระบวนการจัดหาบุคคลากรคือการตลาด คุณต้องทำให้ตัวเองถูกมองเห็นและแสดงตัวตนของคุณ นำเสนอผ่านโปรไฟล์ที่ถูกต้อง อย่าลืมอัพเดทตำแหน่งงานตัวเองอยู่เสมอเพื่อให้บริษัทสนใจในตัวคุณ คุณไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรเลยเนื่องจากทาง Recruiters จะช่วยให้คุณผ่านไปได้ดีในทุกขั้นตอน

หวังว่าเราจะตอบคำถามได้หมดทุกข้อนะคะ ถ้าหากมีใครกำลังสนใจที่จะใช้บริการบริษัทจัดหางานทั้งในฝั่งผู้สมัคร หรือบริษัทอยากจะให้เราช่วยในการจัดหาพนักงานสามารถติดต่อเราโดยตรงได้ที่info@ssrecruitment.comหรือสำหรับผู้สมัคร เรามีงานใหม่ๆมานำเสนอตลอดที่ https://www.ssrecruitment.com/jobs

Smart Search Recruitmentมีข้อมูลที่มีสาระสนุกๆและเป็นประโยชน์เกี่ยวกับงานทรัพยาการบุคคล การจัดหางาน และการทำจ่าย outsource งาน HR มาแชร์กับทุกคน ติดตามข่าวสารของเราที่ 
Facebook: Smart Search Recruitment
Twitter: SmartsearchBKK
Instagram:SS.Recruitment

Subscribe to our newsletter