ข้อคำแนะนำสำหรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

​หากพนักงานได้รับผลกระทบจาก ไวรัส COVID-19 จะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง

เนื่องจากไวรัส COVID-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้เป็นพนักงาน ทางบริษัท ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวกับการดูแลทรัพยากรบุคคลโดยตรง บริษัทหนึ่งในประเทศไทย ได้สรุปสถานการณ์ต่างๆที่พนักงานเผชิญในช่วงวิกฤต COVID-19 เพื่อเป็นประโยชน์ในการให้ความรู้ความเข้าใจในข้อปฏิบัติ สิทธิ และผลประโยชน์ ที่พนักงานจะได้รับ ในช่วง วิกฤต COVID-19 ไว้ดังต่อไปนี้

พนักงานที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัส COVID-19

พนักงานที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัส COVID-19 สามารถใช้สิทธิ์ลาป่วยตามกฎหมายเป็นเวลาสูงสุด 30 วันต่อปีปฏิทิน พร้อมกับใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันความเจ็บป่วยเมื่อกลับมาทำงาน ทั้งนี้ ขอให้พนักงานกลับไปทำงานเมื่อแน่ใจว่าหายจากไวรัส COVID-19 แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดต่อของเชื้อไวรัสไปยังเพื่อนรวมงานในบริษัท

พนักงานที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19 และจำเป็นที่จะต้องถูกกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการ

หากพนักงานมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่รัฐบาลไทยระบุว่าเป็น“ ความเสี่ยงสูง” เช่น การเดินทางไปต่างประเทศ, การติดต่อกับผู้ติดเชื้อ หรือกรณีเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ พนักงานจำเป็นที่จะต้องกักตัวและไม่สามารถมาทำงานได้ โดยพนักงานจะไม่ได้รับค่าจ้างสำหรับระยะเวลาในการหยุดเพื่อกักตัวนั้น ดังนั้นทางบริษัทขอแนะนำให้ใช้สิทธิวันลาหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังเหลืออยู่เพื่อจำกัดขอบเขตจำนวนวันที่จะไม่ได้รับเงินเดือน

สถานการณ์ทั่วไปเกี่ยวกับการเลิกจ้าง / การสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน

1. การตัดสินใจหยุดดำเนินการชั่วคราวโดยนายจ้าง (ไม่ได้ถูกบังคับจากรัฐบาล)

เนื่องจากการระบาดของ COVID-19 มีผลกระทบต่อธุรกิจจำนวนมาก และอาจส่งผลต่อการลดลงของรายได้และลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ นายจ้างจึงมีความจำเป็นที่จะต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว ซึ่งพนักงานจะไม่สามารถมาทำงานได้ หรือ เกิดการว่างงานชั่วคราว ภายใต้การตัดสินใจดังกล่าวทั้งพนักงานและนายจ้างสามารถได้รับสิทธิ์ดังต่อไปนี้ได้

ผู้ว่าจ้าง: รับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างอย่างน้อย 75% ของค่าจ้างงานปกติตามมาตรา 75 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (LPA)

พนักงาน: พนักงานส่วนใหญ่มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชย 50% ของค่าจ้างรายเดือน (สูงสุด 7,500 บาท) เป็นเวลา 180 วันจากสำนักงานประกันสังคม โดยยื่นคำร้องเพื่อขอความช่วยเหลือตราบเท่าที่พนักงานลงทะเบียนภายใต้ โปรแกรมประกันสังคมกับนายจ้าง

2. การตัดสินใจของ บริษัท ที่จะเลิกจ้าง / เลิกจ้าง

การระบาดของ COVID-19 อาจนำไปสู่การยกเลิกสัญญาจ้างของพนักงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้ว่าจ้าง: มีหน้าที่จ่ายค่าชดเชย 2 รายการดังนี้

1. ค่าตอบแทนแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า – หากพนักงานทำงานเกิน 119 วันแรกของการจ้างงานอย่างต่อเนื่องและไม่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า 30 วัน ของการเลิกจ้าง ต้องจ่ายเท่ากับค่าจ้างอย่างน้อย 30 วันของอัตราค่าจ้างล่าสุดให้กับพนักงาน

2. ค่าชดเชย

นายจ้างจะต้องจ่ายเงินชดเชย ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการทำงานของพนักงานดังนี้:

  • มากกว่า 120 วัน แต่น้อยกว่า 1 ปี = เงินเดือน / ค่าจ้าง 30 วัน
  • อย่างน้อย 1 ปี แต่น้อยกว่า 3 ปี = เงินเดือน / ค่าจ้าง 90 วัน
  • อย่างน้อย 3 ปี แต่น้อยกว่า 6 ปี = เงินเดือน / ค่าจ้าง 180 วัน
  • อย่างน้อย 3 ปี แต่น้อยกว่า 6 ปี 180 วัน / เงินเดือน
  • อย่างน้อย 6 ปี แต่น้อยกว่า 10 ปี 240 วัน / เงินเดือน
  • อย่างน้อย 10 ปี แต่น้อยกว่า 20 ปี 300 วัน / เงินเดือน
  • เงินเดือน / ค่าแรงอย่างน้อย 20 ปี 400 วัน

พนักงาน: พนักงานที่ถูกเลิกจ้างอาจได้รับค่าชดเชย 70% ของค่าจ้างรายเดือน (สูงสุด 10,500 บาท) เป็นเวลา 200 วันจากสำนักงานประกันสังคม โดยทำการยื่นคำร้องและรอการอนุมัติตามข้อกำหนดของสำนักงานประกันสังคม

3. การลาออกโดยสมัครใจ

ผู้ว่าจ้าง: ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าจ้าง

พนักงาน: พนักงานอาจได้รับค่าตอบแทน 45% ของค่าจ้างรายเดือน (สูงสุด 6,750 บาท) เป็นเวลา 90 วันจากสำนักงานประกันสังคมพร้อมใบสมัคร / ใบสมัครว่างงานที่ได้รับอนุมัติ

4. ธุรกิจถูกบังคับให้ปิดโดยรัฐบาลและพนักงานย่อมไม่สามารถทำงานได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้ว่าจ้าง: ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าจ้างในช่วงเวลาปิดตามคำสั่งของทางการภายใต้หลักการของ“ ไม่ทำงานไม่จ่ายเงิน”

พนักงาน: ได้รับค่าตอบแทน 50% ของค่าจ้างรายเดือน (สูงสุด 7,500 บาท) เป็นเวลา 60 วันจากสำนักงานประกันสังคม

โครงการช่วยเหลือของกองทุนประกันสังคม

ณ วันที่ 27 มีนาคม 2563 รัฐบาลไทยได้ริเริ่มโครงการบรรเทาทุกข์สำหรับพนักงานเพื่อเอาชนะปัญหาทางการเงินที่มีผลกระทบต่อพนักงานในประเทศไทยดังนี้

การลดเงินสมทบกองทุนประกันสังคมสำหรับพนักงานเป็นเวลา 3 เดือนตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2563

•ผลงานของพนักงาน (มาตรา 33) ลดลงจาก 5% เป็น 1%

•ผลงานของรัฐบาลยังคงเหมือนเดิมที่ 2.75%

•แรงงานนอกระบบ (มาตรา 39) 86 บาทต่อเดือน

กระบวนในการขอผ่อนปรน

ต่อไปนี้เป็นแนวทางสำหรับพนักงานที่ต้องการเรียกร้องการผ่อนปรนภายใต้โครงการประกันสังคมควรปฏิบัติดังนี้

E-Form สำหรับผลประโยชน์ SSO – มีสิทธิ์สำหรับพนักงานที่ลงทะเบียนภายใต้ระบบประกันสังคมเท่านั้น

​​

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมไทย https://www.sso.go.th/eform_news

เอกสารประกอบคำขอรับเงินสำหรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

เงินชดเชยจำนวน 5,000 บาทชดเชย 3 เดือน (เมษายนถึงมิถุนายน 2563)

คุณสมบัติคนที่ได้รับเงินเยียวยา หรือสามารถเรียกร้องค่าชดเชย 5,000 บาท

•บุคคลที่อยู่ในประกันสังคมมาตรา 39 และ 40 (อาชีพอิสระที่ส่งประกันสังคมเอง) เช่น แรงงานนอกระบบ พนักงานชั่วคราว พนักงานตามสัญญา และบุคคลที่ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชย 5,000 บาท

•บุคคลที่ลงทะเบียนภายใต้ระบบประกันสังคม (มาตรา 33) ที่มีระยะเวลาน้อยกว่า 6 เดือนในระบบประกันสังคมมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชย 5,000 บาท

วิธีการลงทะเบียนและรับเงินชดเชย

1. คลิกลิงค์ออนไลน์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อลงทะเบียน (ลิงก์จะมีให้ในวันที่ 28 มีนาคม 2563 ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป)

2. เตรียมเอกสารดังต่อไปนี้:

(1) บัตรประจำตัวประชาชน (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี)

(2) ข้อมูลผู้ว่าจ้าง

(3) รายละเอียดของปัญหา / ปัญหา

(4) ข้อมูลบัญชีธนาคาร

(5) สำนักงานประกันสังคมควรโอนเงินภายใน 5 วันหลังจากการลงทะเบียนสำเร็จ การชดเชยจะถูกส่งผ่านการโอนโดยตรงหรือผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์

หมายเหตุที่ 1 ถ้าเป็นลูกจ้าง แต่ไม่ได้หยุดงาน ( ทำงานและได้ค่าจ้างตามปกติ) ไม่สามารถเข้าร่วมโครงกานได้

หมายเหตุที่ 2 ถ้าว่างงาน (ไม่ได้ทำงานอยู่แล้ว) ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและประกาศสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนาแบบเรียลไทม์โดยกรมควบคุมโรค

Get this resource