ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2564

หากกล่าวถึงเรื่องภาษีเงินได้แล้ว แน่นอนว่าหน่วยงานที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือ กรมสรรพากร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับภาษีเงินได้ทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้การจัดเก็บภาษีทั้งสองประเภทนั้นมีวิธีการคำนวณที่แตกต่างกัน โดยภาษีเงินได้นิติบุคคลจัดเก็บตามอัตราคงที่ของฐานภาษี ขณะที่ภาษีเงินได้บุคคลใช้อัตราก้าวหน้าจากฐานภาษี โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

หากผู้ใดอยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วัน จะถือว่ามีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ในประเทศไทย โดยเกณฑ์ของภาษีจะใช้เกณฑ์เงินสด ซึ่งรวมถึงเงินได้ที่เกิดจากในประเทศและเงินได้ที่นำเข้ามาให้ประเทศในปีที่ได้รับเงินได้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามสำหรับผู้พิการ หรือมีอายุเกิน 65 ปีจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี

อัตราก้าวหน้าสำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

tax thailand


จากตารางจะเห็นว่าโครงสร้างเงินได้การเสียภาษีกำหนดยกเว้นสำหรับเงินได้สะสมต่ำกว่า 150,000 บาท

เงินได้ตั้งแต่ 150,001 – 300,000 เสียภาษีร้อยละ 5, เงินได้ 300,001 – 500,000 เสียภาษีร้อยละ 10,

เงินได้ 500,001 – 750,000 เสียภาษีร้อยละ 15, 750,001 – 1 ล้านบาทเสียภาษีร้อยละ 20 และ 1,000,001 – 2 ล้านบาท

เสียภาษีร้อยละ 25 เงินได้ 2,000,0001 – 5 ล้านบาท เสียภาษีร้อยละ 30 และเงินได้ตั้งแต่ 5 ล้านบาทเป็นต้นไป

เสียภาษีที่ร้อยละ 35

รายการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

Tax Reduction

เช่นเดียวกับหลักเกณฑ์ภาษีของประเทศอื่น กรมสรรพากรของประเทศไทยได้มีการกำหนดรายการหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนต่างๆไว้ เพื่อลดภาระของยอดภาษีที่ต้องนำส่ง

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสามารถหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้ 60,000 บาทต่อคน ซึ่งมีหลักเกณฑ์จากค่าใช้จ่ายคิดเป็น 50% ของเงินได้ ตามเกณฑ์เงินได้ไม่เกิน 120,000 บาท ลดหย่อนบุตรคนละ 30,000 บาท , ค่าเบี้ยประกันสูงสุด 100,000 บาท, ค่าเบี้ยประกันแบบบำนาญสูงสุด 200,000 บาท และลดหย่อนสำหรับดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับที่อยู่อาศัยอีกสูงสุด 100,000 ยาท นอกจากนี้ยังมีรายการลดหย่อนนส่วนของเงินนำส่งกองทุน เช่นกองทุนประกันสังคมสูงสุด 9,000 บาท และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามอัตราส่วนที่กรมสรรพากรกำหนดดังจะกล่าวรายละเอียดต่อไปนี้

รายการหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อน

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมีรายการหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนดังต่อไปนี้

รายการลดหย่อนส่วนตัว

Allowances and Reliefs
personal tax

ประกันชีวิตและการลงทุน

insurance

เพื่อเป็นแรงจูงใจในการเก็บออมเพื่อเกษียณอายุของคนไทย กรมสรรพากรจึงมีรายการลดหย่อนภาษีสำหรับเงินออมเพื่อเกษียณอายุ

ค่าเบี้ยประกันชีวิตสามารถนำมาหักลดหย่อนจากเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ทั้งนี้ต้องเป็นกรมธรรม์ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขตามประกาศของกรมสรรพากร โดยจัดทำโดยผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศไทย และเบี้ยประกันสามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

ค่าเบี้ยประกันสุขภาพสามารถนำมาหักลดหย่อนจากเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกับค่าเบี้ยประกันชีวิต ภายใต้เงื่อนไขตามประกาศกรมสรรพการ โดยจ่ายให้บริษัทประกันภัยที่ดำเนินกิจการในประเทศไทย และลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท

สำหรับรายการลดหย่อยเบี้ยประกันชีวิตและเบี้ยประกันสุขภาพที่สามารถนำมาลดหย่อนจากเงินได้ที่ต้องเสียภาษีรวมกันแล้วสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

tax reduction

ค่าเบี้ยประกันสุขภาพสำหรับพ่อแม่ หรือแม้แต่พ่อแม่ของคู่สมรส สามารถนำมาหักลดหย่อนได้เช่นกัน โดยกฎหมายให้ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง โดยยอดรวมสูงสุดที่ 15,000 บาท ทั้งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่พ่อแม่มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีไม่เกิน 30,000 บาท และมีเลขบัตรประจำตัวประชาชน ตามเงื่อนไขว่าต้องเป็นประชาชนชาวไทย

Provident Fund allowance

ค่าเบี้ยประกันแบบบำนาญ สามารถหักลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี สูงสุด 200,000 บาท

เงินนำส่งกองทุนประกันสังคม ภายใต้กฎหมายประกันสังคมสามารถนำมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงที่หักไว้ 5% ของเงินได้ ไม่เกิน 9,000 บาท อย่างไรก็ตามในปีพศ.2564 เนื่องจากจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิท-19 มีประกาศลดหย่อนเหลือ 3% ในเดือน มกราคม และ 0.5% ในเดือน กุมภาพันธ์ – มีนาคม และ 2.5% สำหรับเดือนมิถุนายน ถึง สิงหาคม 2564.

เงินนำส่งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารภนำมาหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้และไม่เกิน 490,000 บาทจะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเอาไปคำนวณภาษี

ค่าซื้อหน่วยลงทุน RMF สามารถนำมาลดหย่อนงินได้เสียภาษีไม่เกิน 30% ของเงินได้ แต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท และต้องลงทุนต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 5 ปี และสามารถไถ่ถอนได้เมื่อมีอายุครบ 55 ปี

กองทุนรวมล่าสุดที่ประกาศมีผลใช้ในปี 2563 คือ กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) สามารถนำค่าซื้อหน่วยลงทุนมาลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้เสียภาษี แต่ต้องไม่เกิน 200,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขการถือครองอย่างน้อย 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ โดยสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ในปีภาษี 2563 – 2567

ทั้งนี้ยอดรวมของรายการค่าเบี้ยประกันสุขภาพสำหรับพ่อแม่, เบี้ยประกันบำนาญ, เงินนำส่งประกันสังคม, เงินนำส่งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ,ค่าซื้อหน่วยลงทุน RMF และหน่วยลงทุน SSF สามารถนำมาลดหย่อนได้รวมกันแล้วไม่เกิน 500,000 บาท

insurance parents

ค่าลดหย่อนอสังหาริมทรัพย์

สำหรับผู้ที่มีการกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยสามารถนำดอกเบี้ยจากการกู้ยืมมาลดหย่อนเงินได้เพื่อเสียภาษีได้ ซึ่งกู้ยืมจากธนาคารหรือสถายันการเงินที่ประกอบกิจการในประเทศไทย

ดอกเบี้ยบ้านที่จ่ายจริงสามารถนำมาลดหย่อนได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

interest

กลุ่มเงินบริจาค

Interest allowance

กลุ่มเงินบริจาคสามรถแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆคือ กลุ่มที่หักเงินบริจาคได้ 2 เท่า และกลุ่มที่หักเงินบริจาคตามที่จ่ายจริง

กลุ่มที่หักเงินบริจากคได้ 2 เท่าจะต้องเป็นองค์กรการกุศลที่กำหนดโดยรัฐบาลโดยเป็น การบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา สถานพยาบาลของรัฐ สนับสนุนการกีฬา และเงินบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์ต่างๆ สามารถหักได้ 2 เท่า ตามที่จ่ายจริงแต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 10% ของรายได้พึ่งประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆแล้ว

ส่วนเงินบริจาคทั่วไป ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

donation

การจ่ายภาษีและแบบฟอร์มที่ยื่น

tax forms

ในแต่ละเดือนนายจ้างมีหน้าที่นำส่งเงินและแบบฟอร์มภงด.1 ซึ่งเป็นภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ของพนักงาน โดยลูกจ้างมีหน้าที่ในการยื่นแบบภงด.90 และภงด.91 สำหรับยื่นภาษีประจำปี และภาษีครึ่งปี

forms

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นรายได้หลักหนึ่งของกรมสรรพากรที่รัซบาลนำไปใช้ในการบริหารประเทศ ในฐานะประชาชนชาวไทยถือเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องรับผิดชอบตัวเองในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อการคำนวณและนำส่งยอดที่ถูกต้อง

Get this resource